Phrabuddhapojjanavaraporn.Com

Main menu:

Site search

Categories

April 2012
M T W T F S S
« Jan    
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30  

Tags

วิธีการสอนในการเผยแผ่ก็คงยึดเอาวิธีการสอนของพระพุทธเจ้ามาเป็นบรรทัดฐาน

ในการเผยแผ่สั่งสอนธรรมะ คือ ชัดเจน เร้าใจ กล้าหาญ ร่าเริง ส่วนพุทธวิธีการสอนของพระพุทธเจ้าคือเทคนิคหรือวิธีการในการสอนคน ๔ อย่างได้แก่ ๑, สอนแบบสากัจฉา คือ ถามคู่สนทนา ๒, สอน
แบบบรรยายให้ฟัง ๓, การตอบปัญหาข้อข้องใจต่างๆ และ ๔, วางกฏระเบียบบังคับ
เทคนิคในการถ่ายทอดความรู้ได้แก่ การนำหลักการและวิธีการสอนต่างๆที่เหมาะสมแก่
บุคคล เหตุการณ์ กาลเทศะ มาประกอบการเผยแผ่ เช่น การยกชาดกมาอ้าง การยกข้ออุปมาอุปมัย
เพื่อเปรียบเทียบให้เห็นข้อแตกต่าง การใช้อุปกรณ์เสริมในการสอน เป็นต้น

Read more »

๔.๗ พระมหาวิเศษ ปญฺญาวชิโรและคณะ ได้ทำการศึกษาวิจัยเรื่อง วิเคราะห์แนวคิด การสร้างงานของนักปราชญ์ในจังหวัดเชียงใหม่ :

กรณีศึกษาพระพุทธพจนวราภรณ์ จากแนวคิด
การสร้างงานด้านการเผยแผ่ พอสรุปได้ดังนี้ :
พระพุทธพจนวราภรณ์ มีแนวคิดแนวทางในการสอนปริยัติและปฏิบัติ เพื่อเป็นการ
เผยแผ่พุทธธรรม ไปสู่พุทธบริษัทและประชาชนทั่วไป บนหลักการที่ว่า “ ให้ศึกษาหลัก
พระพุทธศาสนาตรงตามคำสอน” ด้วยเหตุที่พุทธธรรมเป็นสิ่งจำเป็นของประชาชนทุกหมู่เหล่า จึง
เป็นแรงบรรดาลใจให้เกิดกำลังในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ด้วยวิธีการสอน เช่น การปาฐกถาและ
บรรยายธรรมะ มีหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนในประเทศและต่างประเทศมาอาราธนาไป
ปาฐกถาและบรรยายธรรมะ อีกวิธีการสอนหนึ่งคือ การเขียนหนังสือธรรมะ บทกลอน กวีนิพนธ์
คติพจน์ ออกแจกจ่ายให้พุทธบริษัทและประชาชนทั่วไปตลอดช่วงวัยแห่งชีวิต

Read more »

๑.๖ วิธีดำเนินการวิจัย

การศึกษาวิเคราะห์วิธีการสอนของพระพุทธพจนวราภรณ์ (จันทร์ กุสโล) เป็นการวิจัย
เชิงคุณภาพ ( Quality Research ) โดยมีการศึกษา ดังนี้
๑.๖.๑ เก็บรวบรวมข้อมูลที่เป็นประวัติพระพุทธพจนวราภรณ์
๑.๖.๒ เก็บรวบรวมข้อมูลวิธีการสอนของ พระพุทธพจนวราภรณ์
๑.๖.๓ วิเคราะห์วิธีการสอนและแนวการสอนของพระพุทธพจนวราภรณ์
๑.๖.๔ นำเสนอผลการวิจัยตามลำดับขั้นตอนด้วยวิธีแบบพรรณาวิเคราะห์ตามความ
เหมาะสมในเนื้อหา บทต่างๆ ตามลำดับ
๑.๗ ประโยชน์ที่ได้รับจากการวิจัย
๑.๗.๑ ทำให้ทราบถึงประวัติและผลงานของพระพุทธพจนวราภรณ์
๑.๗.๒ ทำให้ทราบถึงวิธีการสอนของพระพุทธพจนวราภรณ์
๑.๗.๓ ทำให้ทราบผลการวิเคราะห์วิธีการสอนแล้วนำมาประยุกต์ใช้ในการเผยแผ่
พระพุทธศาสนาต่อไป

Read more »

๒.๑ ชาติภูมิ

ถิ่นกำเนิด
พระพุทธพจนวราภรณ์ เกิดที่ บ้านท่ากองิ้ว ตำบลปากบ่อง อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน
ตรงกับปีพุทธศักราช ๒๔๖๐ บิดา-มารดาคือ นายจารินต๊ะ กับ นางแสง แสงทอง ท่านเป็นทายาท
คนที่ ๖ มีพี่ชายและพี่สาว ๕ คน ท่านเกิดวันจันทร์ ขึ้น ๑๒ ค่ำ เดือน ๑ ที่ ๒๖ พฤศจิกายน ปี
มะเส็ง ตอนแรกเกิดท่านมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ ผิวพรรณสะอาดหมดจด ได้นามว่า
เด็กชาย “ จันทร์ แสงทอง” ๑
ปฐมวัย
หลังจากโยมบิดา-มารดาของท่านแต่งงานกันแล้ว ได้ไปทำการค้าขาย อยู่ที่ตลาดท่ากองิ้ว
ตำบลปากบ่อง อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน จนให้กำเนิดบุตรชายคนสุดท้อง(พระพุทธพจนวรา
ภรณ์) เมื่อท่านอายุได้ ๘ เดือน โยมบิดาได้ถึงแก่กรรมด้วยโรคระบาดคือ กาฬโรค หลังจากโยมบิดา
เสียชีวิตแล้ว โยมมารดาได้ย้ายครอบครัวมาอยู่ในตลาดเมืองลำพูนทำกิจการค้าขาย ซึ่งต่อมา เมื่อ

Read more »

๒.๒ การศึกษา

ในปีพ.ศ. ๒๔๗๕ ท่านได้เข้าเรียนภาษาไทยที่โรงเรียนพุทธิโสภณ ซึ่งตั้งอยู่ในวัดเจดีย์
หลวงฯ เป็นเวลาประมาณ ๔ เดือน พออ่านออกเขียนได้แล้ว ท่านพระครูสังฆรักษ์แหวว (ต่อมา
ได้รับสมณศักดิ์เป็น “พระพุทธิโสภณ” เห็นว่าท่านอายุมากแล้วจึงให้บรรพชา ด้วยความที่เป็นเด็ก
ว่านอนสอนง่าย พูดจาสุภาพอ่อนน้อม กิริยามารยาทเรียบร้อย มีความมานะพยายามขยันท่องบ่นสวดมนต์และเรียนนักธรรมซึ่งท่านสอบนักธรรมตรีได้เมื่อปีพ.ศ.๒๔๗๖ในปีพ.ศ.๒๔๗๗ สอบได้
บาลีไวยากรณ์ พ.ศ.๒๔๗๘ สอบได้นักธรรมโท ในปีพ.ศ.๒๔๘๑ ท่านได้ย้ายไปเรียนที่วัดบรม
นิวาส กรุงเทพฯ สอบได้เปรียญธรรม ๓ ประโยค ในปีพ.ศ.๒๔๘๒ สอบได้นักธรรมเอกและ
เปรียญธรรม ๔ ประโยค ในปีพ.ศ.๒๔๘๓ ท่านได้ย้ายกลับมาจำพรรษาที่วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร
และสอบได้เปรียญธรรม ๕ ประโยค หลังจากนั้นท่านได้พยายามลงไปสอบเปรียญธรรม ๖
ประโยคที่กรุงเทพฯอยู่หลายปีแต่ไม่ผ่าน เนื่องจากในสมัยนั้นเต็มไปด้วยปัญหาอุปสรรคนานัปการ

Read more »

๒.๔ ปฏิปทาและจริยวัตร เกียรติคุณและสมณศักดิ์

ด้วยปฏิปทาและจริวัตรที่งดงามเสมอต้นเสมอปลายตลอดจนถึงผลงานต่างๆของท่านที่
ช่วยเหลือสังคมอย่างเป็นรูปธรรมอย่างประจักษ์ชัดหลายโครงการเป็นระยะยาวนาน ท่านจึงได้รับ
การประกาศเกียรติคุณ และได้รับการแต่งตั้งสมณศักดิ์ตามลำดับจนถึงรองชั้นหิรัณยบัฏ
๒.๔.๑ ปฏิปทาและจริยวัตร
ก. ท่านเป็นนักมนุษยสัมพันธ์ชั้นยอด ใครก็ตามไม่ว่าจะเป็นพระหรือฆราวาส ไม่ว่าจะเป็นเพศอะไร ไม่ว่าจะอยู่ในวัยใหน ถ้าได้พบและพูดจากับท่านแล้ว จะเกิดความสบายใจ รักใคร่
สนิทสนมกับท่านทันที ไม่รู้สึกอึดอัดเคร่งเครียด หวาดกลัว ระวังตัว เหมือนสนทนากับพระผู้ใหญ่
องค์อื่นๆ ทั้งนี้เพราะท่านมีวิธีการทักทายปราศรัยแบบทีเล่นทีจริง มีอารมณ์ขัน ทำให้มีเสียงหัวเราะ
บรรยากาศผ่อนคลายสบายใจ แขกบางคนอาจจะมาพบท่านพร้อมด้วยปัญหาหนักอกหนักใจ แต่พอ
ได้ยินเสียงทักทายจากท่าน ก็สบายใจไปแล้วตั้งครึ่ง เมื่อท่านนำธรรมะมาสั่งสอนเพิ่มเติม ก็เกิด
กำลังใจและเห็นแนวทางแก้ปัญหาชัดเจน เพราะเหตุนี้เอง ผู้ที่ได้พบและสนทนากับท่านแล้ว จึงมา
อีกเป็นครั้งที่ ๑-๒-๓-๔ และเรื่อยๆไป ท่านเป็นพระที่มีแขกมากที่สุดองค์หนึ่ง

Read more »